GTG TNS17 แกรนด์ตูนีเซีย 10 วัน 7 คืน บิน QR
GTG TNS17 แกรนด์ตูนีเซีย 10 วัน 7 คืน บิน QR
ทัวร์
แอฟริกา

วันปีใหม่
ราคาเริ่มต้น 67,900
รหัสทัวร์ GTG TNS17
ระยะเวลา 10 วัน 7 คืน
สายการบิน
สรุปกำหนดการ
วันที่
สถานที่
อาหาร
เช้า | กลางวัน | เย็น
โรงแรม
  1 กรุงเทพฯ
X X X
  2 กรุงโดฮา-กรุงตูนิส-เมืองไครูอาน
X
โรงแรม HOTEL GOLDEN YASMINE KASBAH หรือเทียบเท่า
  3 ไครูอาน – สบิทลา – กาฟซา – โทเซอร์
โรงแรม HOTEL GOLDEN YASMIN RAS EL AIN หรือเทียบเท่า
  4 โทเซอร์-นั่งรถชมโอเอซิส-สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ สตาร์วอร์-โทเซอร์
โรงแรม GOLDEN YASMIN RAS EL AIN HOTEL หรือเทียบเท่า
  5 โทเซอร์-ทะเลเกลือ-ทาทาอุย
โรงแรม HOTEL SANGHO หรือเทียบเท่า
  6 ทาทาอุย-เชนินี่-คซาร์ อูเลด โซล์ทาเน่-แมทมาท่า-สแฟกซ์
โรงแรม HOTEL GOLDEN YASMINE LES OLIVIERS PALACE หรือเทียบเท่า
  7 สแฟกซ์-เอล เจม-ซูส-ฮัมมาเม็ต
โรงแรม HOTEL LE ROYAL HAMMAMET หรือเทียบเท่า
  8 ฮัมมาเม็ต-นาเบิล-ตูนิส
โรงแรม HOTEL AFRICA TUNIS หรือเทียบเท่า
  9 ตูนิส-บาร์โด มิวเซียม-ซิดิ บูซาอิด-โดฮา
X
  10 โดฮา-กรุงเทพฯ
X X X
สรุปกำหนดการ

1
สถานที่ : กรุงเทพฯ
อาหาร : X  X  X
โรงแรม :

2
สถานที่ : กรุงโดฮา-กรุงตูนิส-เมืองไครูอาน
อาหาร : X   
โรงแรม : โรงแรม HOTEL GOLDEN YASMINE KASBAH หรือเทียบเท่า

3
สถานที่ : ไครูอาน – สบิทลา – กาฟซา – โทเซอร์
อาหาร :    
โรงแรม : โรงแรม HOTEL GOLDEN YASMIN RAS EL AIN หรือเทียบเท่า

4
สถานที่ : โทเซอร์-นั่งรถชมโอเอซิส-สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ สตาร์วอร์-โทเซอร์
อาหาร :    
โรงแรม : โรงแรม GOLDEN YASMIN RAS EL AIN HOTEL หรือเทียบเท่า

5
สถานที่ : โทเซอร์-ทะเลเกลือ-ทาทาอุย
อาหาร :    
โรงแรม : โรงแรม HOTEL SANGHO หรือเทียบเท่า

6
สถานที่ : ทาทาอุย-เชนินี่-คซาร์ อูเลด โซล์ทาเน่-แมทมาท่า-สแฟกซ์
อาหาร :    
โรงแรม : โรงแรม HOTEL GOLDEN YASMINE LES OLIVIERS PALACE หรือเทียบเท่า

7
สถานที่ : สแฟกซ์-เอล เจม-ซูส-ฮัมมาเม็ต
อาหาร :    
โรงแรม : โรงแรม HOTEL LE ROYAL HAMMAMET หรือเทียบเท่า

8
สถานที่ : ฮัมมาเม็ต-นาเบิล-ตูนิส
อาหาร :    
โรงแรม : โรงแรม HOTEL AFRICA TUNIS หรือเทียบเท่า

9
สถานที่ : ตูนิส-บาร์โด มิวเซียม-ซิดิ บูซาอิด-โดฮา
อาหาร :    X
โรงแรม :

10
สถานที่ : โดฮา-กรุงเทพฯ
อาหาร : X  X  X
โรงแรม :
GTG TNS17 แกรนด์ตูนีเซีย 10 วัน 7 คืน บิน QR

เลือกวันที่ต้องการเดินทาง และกดจองได้เลยค่ะ

กำหนดวันเดินทาง
อัตราค่าบริการ
 
ผู้ใหญ่
[พักคู่]
ผู้ใหญ่
[พัก 3 คน]
เด็ก
[มีเตียงเสริม]
เด็ก
[ไม่มีเตียง]
ผู้ใหญ่
[พักเดี่ยว]
หมายเหตุ
 
25 ธ.ค. 61 - 03 ม.ค. 62 เทศกาลปีใหม่
72,900
 
72,900
72,900
78,900
เทศกาลปีใหม่

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์

วันแรก

23.00 น.
 
คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ณ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 8 แถว Q เคาน์เตอร์สายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ (QR) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านในการเช็คอินและตรวจสัมภาระ

วันที่สอง

02.35 น.
 
ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา โดยสายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ เที่ยวบิน QR 837
05.30 น.
 
เดินทางถึง กรุงโดฮา เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
07.40 น.
 
ออกเดินทางสู่กรุงตูนิส โดยสายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR 1399
เที่ยง
 
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
 
เดินทางถึงกรุงตูนิส ประเทศตูนีเซีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากร จากนั้นนำท่านชม เมืองเก่าตูนิส (MEDINA OF TUNIS) ชมภาพย้อนกาลเวลา สู่เขตซึ่งผู้คนยังสวม ชุดยาวกรอมเท้าใส่หมวกทรงกลมสีแดงเข้ม นั่งดูดมอระกู่ จิบชาสะระแหน่หรือกาแฟข้นเลื่องชื่อ ผู้คนเจรจาซื้อขาย สินค้าเฉกเดียวกับที่บรรพบุรุษชาวอาหรับเคยทำมานับร้อยปี ไม่ว่าจะเป็นพรมทอ มือ เครื่อง ทองเหลือง เครื่องหนัง เสื้อผ้า จนถึงน้ำหอมและเครื่องเทศกลิ่นฉุนในเมดิน่า เสมือนกับ ท่านเดินย้อนสู่กาลเวลา เพลิดเพลินเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย
จากนั้น
 
นำท่านเดินทางสู่เมืองไครูอาน (Kairouan) ไครูน หรือคารวาน (Karwan) ในภาษาเปอร์เซีย เป็นอดีตเมืองหลวงของแม็กห์เร็บ (Maghreb) เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมอิสลามที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก นำท่านผ่านชม เมืองไครูอาน เคยเป็นเมืองหลวงของมุสลิมมาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 7 เพราะตั้งอยู่บนเส้นทางคาราวานที่สำคัญ กระทั่งยุคช่วงศตวรรษที่ 13 จึงย้ายเมืองหลวงไปที่ตูนิส และปัจจุบันเมืองเก่าไครูอาน ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และเป็นศูนย์กลางการค้างานฝีมือทอพรมขนสัตว์ที่สำคัญ นอกจากนี้เมืองนี้ได้รับสมญานามว่า “CITY OF 50 MOSQUE” เมืองนี้จัดได้ว่าเป็นเมืองสำคัญทางศาสนาในแถบแอฟริกาเหนือ และมีความสำคัญเป็นอันดับ 5 รองจากเมกกะ, เมดินา, เยรูซาเลม และ คูฟา จากนั้นชมอ่างเก็บน้ำ AGHLABITE ซึ่งสร้างโดยผู้นำชาว Aghlabite ในยุคกลาง ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญด้านวิศวกรรมไฮโดรลิค ในยุคกลาง
ค่ำ
 
รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
พักที่
 
เข้าที่พัก โรงแรม HOTEL GOLDEN YASMINE KASBAH หรือเทียบเท่า

วันที่สาม

เช้า
 
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้น
 
จากนั้นนำท่านชมสุเหร่า ซิดี ซาฮาบ หรือ สุเหร่าเบอร์เบอร์ (MOSQUE OF THE BARBER) อันเป็นที่ฝังศพของ อาบู ซัมมา เอล บาลาวี (ABOU XAMMAA EL BALAOUI) ผู้ติดตาม นบีโมฮัมหมัด ศาสดาของศาสนาอิสลาม ซึ่งถูกสังหารในสงครามนอกเมืองไครูอาน และเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่เก็บเส้นเครา 3 เส้นของท่านนบีโมฮัมหมัด ซึ่ง อาบู ซัมมา เอล บาลาวี เก็บติดตัวไว้ตลอดเวลาเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ จึงถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในการจารึกแสวงบุญของชาวมุสลิม จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองสบีทลา (SBEITLA) เมืองสบีทลา เป็นมืองโรมันโบราณ และเมืองอารยธรรมเก่าแก่ของพิวนิกที่บรรดาซากปรักของสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 7 ได้รับการดูแลเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุดในตูนีเซีย สบีทลา เป็นเมืองที่เกรกอรี ผู้ปกครองเมืองได้ประกาศอิสรภาพพ้นจากการอยู่ใต้อำนาจของอาณาจักรคริสเตียนไบเซนไทน์ ยกตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ และสถาปนาสบีทลาขึ้นเป็นเมืองหลวงแทนคาร์เธจ ในปี ค.ศ. 646 หลังจากได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังอาหรับมุสลิมตะวันออกอย่างลับมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 642 แต่ความฝันสามารถบรรเจิดได้ไม่ถึงปี กองทัพของจักรพรรดิเกรกอรี่ ก็พ่ายแพ้และพระองค์ก็ถูกฆ่าตายในปี ค.ศ. 647 ถึงแม้กองกำลังอาหรับได้ทอดทิ้งตูนิเซียให้โดดเดี่ยวนานกว่า 20 ปี แต่กระนั้นก็ได้จุดประกายการเริ่มต้นของการสิ้นสุดของคริสเตียนในตูนีเซีย
เที่ยง
 
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
 
นำท่านชม เมืองโรมันโบราณซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบนอกเขตเมืองใหม่ (Archaeological Park) เมืองโรมันโบราณอีกแห่งของตูนีเซีย เดิมเคยเป็นศูนย์กลางของชาวคริสเตียนในสมัยไบแซนไทน์ หลังจากนั้นอาณาจักรก็ล่มสลายลงจากการบุกรุกของชาวอาหรับ เป็นเมืองโรมันโบราณ และเมืองอารยะธรรมเก่าแก่ของพิวนิกที่บรรดาซากปรักของสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 7 และได้รับการดูแลเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุดในตูนีเซีย สบิทลา เป็นเมืองที่เกรกอรี ผู้ปกครองเมืองได้ประกาศอิสระภาพ พ้นจากการอยู่ใต้อำนาจของอาณาจักรคริสเตียนไบเซนไทน์ แล้วยกตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ์ พร้อมกับสถาปนาสบิทลาขึ้นเป็นเมืองหลวงแทนคาร์เธจ ในปี ค.ศ. 646 หลังจากได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังอาหรับมุสลิมตะวันออกอย่างลับๆ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 642 แต่ความฝันสามารถบรรเจิดได้ไม่ถึงปี กองทัพของจักรพรรดิเกรกอรี่ ก็พ่ายแพ้และพระองค์ก็ถูกฆ่าตายในปี ค.ศ. 647 ถึงแม้กองกำลังอาหรับได้ทอดทิ้งตูนิเซียให้โดดเดี่ยวนานกว่า 20 ปี แต่กระนั้นก็ได้จุดประกรายการเริ่มต้นของการสิ้นสุดของคริสเตียนในตูนีเซีย แล้วนำท่านชมสถานที่ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีในยุคสมัยโรมัน ที่สามารถบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตกาลได้เป็นอย่างดี จากซากปรักที่คงรูปทรงหลงเหลือให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นกำแพงซุ้มประตู ป้อมปราการ โรงละครกลางแจ้ง ฟอรั่มศาลากลาง โบสถ์คริสเตียน อ่างในพิธีแบปติส หรือศีลจุ่ม ห้องอาบน้ำ และอ่างอาบน้ำที่ปูพื้นด้วยเซรามิกประดับลวดลาย วิหารเทพ ตลาด และทางเดินที่ปูลาดรายเรียงด้วยก้อนหิน เมื่อได้เวลาอันสมควรแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เมืองกาฟซา (Gafsa) เมืองใหญ่อันดับ 9 ของประเทศตูนิเซีย เป็นเมืองร่วมสมัย และเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติกาฟซา ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 3 กิโลเมตร เป็นศูนย์กลางของเขตอุตสาหกรรมฟอสเฟตดะเจริด ในยุคสมัยของโรมันเป็นที่รู้จักกันในนามว่า คาปซา (Capsa) แล้วนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก อิสระให้ท่านได้พักผ่อน หรือเก็บบันทึกทัศนียภาพและบรรยากาศยาม
ค่ำ
 
รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
พักที่
 
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL GOLDEN YASMIN RAS EL AIN หรือเทียบเท่า

วันที่สี่

เช้า
 
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้น
 
ให้ท่านได้เก็บประสบการณ์ของการได้มาเยือนภุมิประเทศแถบทะเลทรายและโอเอซิสที่ให้ความชุ่ม ชื้นหล่อเลี้ยงพื้นที่และผู้นำท่านโดยสารรถขับเคลื่อน 4 ล้อสู่โอเอซิส 3 แห่งที่กล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในโอเอซิสที่สวยงามมากที่สุด ได้แก่ เชบิกา (Chebika) ทาเมอร์ซา (Tamerza) และไมเดส (Mides) เชบิกา (Chebika) ตั้งอยู่ที่เชิงเขา Djebel el เป็นที่รู้จักกันในนามว่า Qasr EL-Shams หรือปราสาทแห่งดวงอาทิตย์ ในยุคสมัยโรมันเป็นที่ตั้งของด่านหน้า และต่อมาเป็นที่ลี้ภัยองชาวเบอร์เบอร์ เป็นโอเอซิสภูเขาภายใต้ร่มเงาของต้นปาล์มอินทผาลัม มีแหล่งน้ำ น้ำตก และลำธารหล่อเลี้ยงความชุ่มชื้น ภาพยนต์เรื่อง Star War Episode IV ได้ใช้เป็นฉากการถ่ายอยู่หลายฉาก ทาเมอร์ซา (Tamerza) โอเอซิสภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในตูนิเซีย และมีเมืองอยู่รอบนอกบริเวณเชิงเขา เต็มไปด้วยภูมิทัศน์ของแคนย่อนขุนเขาสูงชันแปลกตา กำแพงผาเป็นหินโค้ง มีน้ำพุที่ก่อตัวเป็นธารน้ำตกสองสายไหลหลั่งจากผาหินสีอมชมพูลงสู่หุบเบื้องล่าง สร้างความชุ่มชื้นต่อพืชพันธุ์ทำให้เจริญเติบโตแลดูสดชื่นเขียวขจีไปทั่งบริเวณ ไมเดส (Mides) โอเอซิสที่ถูกขนาบด้วยเขาลักษณะแคนย่อนที่ถูกกัดเซาะโดยสายน้ำในช่วงอดีตดึกดำบรรพ์ 2 ลูก เป็นแนวผาหินสีชมพูรูปทรงสวยงามมีความยาวถึง 3 กิโลเมตร สร้างความงดงามของภูมิทัศน์ธรรมชาติ และมีภัยธรรมชาติอันเกิดจากอุทกภัยในปี ค.ศ. 1969 เช่นเดียวกันกับที่เกิดขึ้นกับทาเมอร์ซา ได้ทำลายหมู่บ้านเก่าที่บ้านก่อด้วยอิฐฉาบโคลนไปสิ้น จึงต้องไปตั้งถิ่นฐานใหม่ไปสร้างบ้านสีขาวกระจัดกระจายท่ามกลางเนินเขาสูงเหนือหุบเหวลึก
พักที่
 
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม GOLDEN YASMIN RAS EL AIN HOTEL หรือเทียบเท่า
เที่ยง
 
รับประทานอาหารกลางวัน ณ.โรงแรมที่พัก
บ่าย
 
นำท่านเดินทางสู่ทะเลทราย โดยรถขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อชม ฉากสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เรื่องสตาร์วอร์ ที่ถูกสร้างขึ้นกลางทะเลทราย เป็นฉากของ Mos Espa "รา ดิ มาร์ติโน" อาชีพช่างภาพและศิลปิน ใช้กูเกิล แมป ในการค้นหาสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์แฟนตาซีคลาสสิก"สตาร์วอรส์" ในทะเลทรายประเทศตูนิเซียก่อนจะเดินทางมาเยี่ยมชมถ่ายภาพด้วยตัวเอง โดยเป็นฉากของ"ดาวทาทูอิน"ซึ่งเป็นสถานที่เกิดของ"ลุค สกายว็อคเกอร์" ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1970 หรือ 40 กว่าปีมาแล้ว แน่นอนว่าหลายสถานที่ถูกกลืนอยู่ใต้ท้องทะเลทราย แต่ก็มีบางฉากยังคงอยู่ซากสถานที่ถ่ายทำหนังสตาร์วอร์ โดยทางการตูนิเซียได้สงวนสภาพสถานที่ถ่ายทำเหล่านี้ไว้เพื่อใช้เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่จากสภาพกาลเวลาที่ผ่านไป ทำให้ฉากหลายสถานที่ถูกกลืนอยู่ใต้ท้องทะเลทราย แต่ก็มีบางฉากยังคงอยู่ หลังจากได้ชมฉากถ่ายทำภาพยนตร์ และชมวิวพระอาทิตย์ตกกลางทะเลทรายแล้ว นำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก
ค่ำ
 
รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
พักที่
 
พักที่ โรงแรม GOLDEN YASMIN RAS EL AIN HOTEL หรือเทียบเท่า
*
 
** หมายเหตุ กรุณาเตรียมกระเป๋า Over night bag เพื่อพักค้างคืนสำหรับคืนพรุ่งนี้ 1 คืน

วันที่ห้า

เช้า
 
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้น
 
นำท่านอำลาโทเซอร์มุ่งสู่ดูซ เดินทางโดยรถจี๊บ 4x4 สู่ทะเลทรายซาฮาร่า เพื่อเดินทางยังเมืองทาทาอุย ระหว่างเส้นทางท่านจะตื่นตากับทัศนียภาพของทะเลเกลือในทะเลทราย Chott El Jerid Salt Lake คำว่า Chott ภาษาตูนิเซียแปลว่าทะเลสาบที่เหือดแห้งตลอดฤดูร้อน แต่บางครั้งยังคงมีน้ำเหลืออยู่ในฤดูหนาว ทะเลเกลือ Chott El Jerid มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางถึง 5,000 ตารางกิโลเมตร และเมื่อหลายพันปีที่ผ่านมาบริเวณนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์เปลี่ยนเป็นพื้นดินทำให้เกิดการตกผลึกเป็นเกลือฝังลึกลงใต้พื้นผิว แวะให้ท่านได้เก็บบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก และเมื่อถึงเมืองดูซ เมืองที่ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศต้นทางของเส้นทาง ทรานส์ซาฮาร่าของกองคาราวาน
เที่ยง
 
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
 
ให้ท่านได้ขี่อูฐ ที่เมืองดูซ ในทะเลทรายซาฮาร่า (ไม่รวมค่าขี่อูฐ 15 USD/ท่าน ท่านสามารถสอบถามได้จากหัวหน้าทัวร์) นำท่านเดินทางสู่ เบอร์ โซลตาเน่ (Bir Soltane) บ่อน้ำกลางทะเลทรายที่มีอาคารหลังคาโดมและกังหันลมที่เปรียบเสมือนแลนด์มาร์กที่เด่นชัดท่ามกลางความเวิ้งว้างของเนินทราย และผ่านหมู่บ้านชาวเบอร์เบอร์ที่เมือง“เบนี เคเดช” (Beni Khedache) ชมวิวพระอาทิตย์ตกกลางทะเลทราย เมืองสำหรับพักแรมของนักท่องเที่ยว ที่อยู่ใต้สุดของประเทศตูนิเซีย เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์โดดเนของโรงแรมที่พัก ที่มีสถาปัตยกรรมแบบพื้นบ้านผสมผสานอยู่
ค่ำ
 
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่
 
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL SANGHO หรือเทียบเท่า

วันที่หก

เช้า
 
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้น
 
เดินทางไปยังเมือง เชนินี่ (Chenini) หมู่บ้านชาวเบอร์เบอร์ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง และมีชื่อเสียงของบ้านถ้ำโบราณ จากนั้นนำท่านชม คซาร์ อูเลด โซล์ทาเน่ (Ksar Ouled Soltane) ป้อมปราการโบราณของชาวพื้นเมืองเบอร์เบอร์ ซึ่งในอดีตใช้เป็นป้อมปราการและยุ้งฉางในการเก็บพืชผลการเกษตร ที่ปัจจุบันได้รับการดูแลรักษาอย่างดี และยังเคยเป็นฉากถ่ายทำภาพยนต์เรื่องสตาร์วอร์ ต่อจากนั้นนำท่านออกเดินทางต่อไปยังเมือง แมทมาท่า (Matmata) ดาราแห่งภาคใต้ เป็นเมืองขนาดเล็กที่ยังคงมีชาวเบอร์เบอร์อาศัยอยู่บางส่วนในถิ่นที่อยู่อาศัยโครงสร้างใต้ดินแบบดั้งเดิม (Troglodyte) โครงสร้างดังกล่าวคือการขุดหลุมขนาดใหญ่เป็นปล่องลึกลงไปในพื้นดินและหินราว 5 – 10 เมตร จนเกิดเป็นลานกว้าง จากนั้นขุดเจาะตามแนวกำแพงปล่องเป็นโพรงถ้ำเพื่อใช้เป็นห้องพัก และห้องต่างๆ โดยมีทางเดินแคบๆ เชื่อมต่อกัน มีบันไดทอดเทียบเพื่อลงไปสู่ลานบ้านหลุม และสามารถจัดเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน
เที่ยง
 
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
 
ให้ท่านได้ชม ได้สัมผัสบรรยากาศและทัศนีย์ภาพที่แปลกตา แต่อาจะดูคุ้นๆ ว่าเคยได้เห็นจากที่ไหนมาก่อน ซึ่งไม่น่าที่จะแปลกใจหากท่านเคยชมภาพยนต์เรื่องสตาร์วอร์แล้ว นำท่านชมบ้านหลุมโทรโกลไดท์ ที่โด่งดัง พร้อมกับเก็บบันทึกภาพโรงแรม Sidi Driss ซึ่งถูกใช้เป็นฉากสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง Star Wars มหากาพย์ที่โด่งดัง เมื่อสมควรแก่เวลา นำท่านเปลี่ยนพาหนะการเดินทางจากรถขับเคลื่อน 4 x 4 เป็นรถโคชปรับอากาศ แล้วมุ่งหน้าสู่ เมืองสแฟกซ์ (Sfax) เมืองท่าชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สำคัญเมืองหนึ่งของตูนิเซีย สแฟกซ์ตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงตูนิสราว 270 กิโลเมตร เป็นเมืองที่สร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 849 บนซากปรักของเมืองโบราณ ทาปารูรา และ ธาเอเน การผลิตและโรงงานผลิตปุ๋ยฟอสเฟตนับได้ว่าเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของเมืองฯ นอกจากนั้นยังมีรายได้จากการเกษตรกรรมซึ่งก่อให้เกิดผลิตผลของสินค้าจำพวกน้ำมันมะกอก ผลมะกอก และถั่วชนิดต่าง ๆ รวมไปถึงการประมง ซึ่งสแฟกซ์เป็นสะพานปลา ท่าเรือประมงแห่งแรกของประเทศตูนิเซีย นำท่านชมตัวเมืองสแฟกซ์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ตูนิส เป็นเมืองหลวงของประเทศ แต่ สแฟกซ์ ถือได้ว่าเป็นเมืองรอง ในปี ค.ศ. 1980 สแฟกซ์ได้รับการพิจารนาให้เป็นเมืองหลวงทางเศรษฐกิจ แต่ก็เฉพาะในปีดังกล่าวเท่านั้น นำท่านเที่ยวชมย่านเมืองเก่าเมดิน่า และตลาดปลา หลังจากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก
ค่ำ
 
รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
พักที่
 
จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL GOLDEN YASMINE LES OLIVIERS PALACE หรือเทียบเท่า

วันที่เจ็ด

เช้า
 
จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL GOLDEN YASMINE LES OLIVIERS PALACE หรือเทียบเท่า
จากนั้น
 
นำท่านโดยสารรถบัสปรับอากาศสู่ เมืองเอล เจม (El Jem) เป็นเมืองเล็กๆ ทางตะวันออกของประเทศฯ เป็นอดีตเมืองโรมัน หนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดในทวีปอัฟริกาต่อจากคาร์เธจ ซากปรักที่ยังความสมบูรณ์ของรูปทรงและการก่อสร้างของอัฒจันทร์ โคลอสเซี่ยม Amphitheatre ที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 230 – 238 หรือกลางศตวรรษที่ 3 เป็นโคลอสเซี่ยมที่ใหญ่โตพอๆ กับโคลอสเซี่ยมในกรุงโรม โดยมีความกว้าง 122 เมตร ยาว 148 เมตร สูง 35 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ถึง 35,000 คน ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1979 ปัจจุบันเสียงคำราม เสียงร้องของเหล่าสัตว์ร้าย เสียงโหยหวนเจ็บปวดของเหล่านักสู้ ถูกเปลี่ยนเป็นเสียงอันไพเราะตามตัวโน๊ตของเสียงเพลงจากวงออร์เคสตร้า และโอเปร่าแสนเสนาะโสต ในงานดนตรีคลาสสิกทุกฤดูร้อนที่ถูกจัดขึ้นที่คอลอสเซี่ยมแห่งนี้ ซึ่งท่านจะได้มีโอกาสชมและเก็บบันทึกภาพโคลอสเซี่ยมแห่งเอล เยมนี้อย่างจุใจ จากนั้นเดินทางต่อ เมืองซูส (Sousse) ได้รับสมญานามว่า อัญมณีแห่งซาเอล” เนื่องจากเป็นเมืองร่ำรวยและอุดมสมบูรณ์ด้วยไร่มะกอกที่เขียวขจี อิทธิพลโรมันยังคงปรากฏให้เห็นกับซากปรักหักพัง เช่นเดียวกับป้อมปราการและสุเหร่าแบบอาหรับที่ใหญ่โตงดงามเมืองซูส เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของตูนีเซียและเก่าแก่มาตั้งแต่ ยุคฟินิ ให้ท่านเดินชมป้อมปราการเมืองซูส (ภายนอก) และตลาดขายของพื้นเมืองบริเวณป้อมปราการ
เที่ยง
 
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
 
นำท่านแวะถ่ายรูป พอร์ต เอล กานตาวี (Port El Kantaoui) มารีน่าหรูหราร่วมสมัยและเต็มไปด้วยเรือใบและเรือยอช โรงแรมที่พักสุดหรูเรียงรายอยู่ตามแนวชายหาด ท้องทะเลที่ส่งประกรายสดใส อาคารบ้านเรือนร้านค้ากับเสน่ห์แห่งสีสันขาวตัดกับฟ้า และถนนปูลาดด้วยก้อนหินก้อนโตตามสไตล์ของตูนิเซียน ร้านขายของที่ระลึก สินค้าพื้นเมือง ทัศนีย์ภาพที่ได้พบเห็นจะสร้างความประทับใจให้ท่านอย่างมิรู้เลือน นำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองฮัมมาเมต (Hammamet) รีสอร์ทตากอากาศและสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตติดอันดับต้น ๆ เป็นเมืองชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนยอดนิยมของชาวตูนิเซีย ซึ่งได้ถูกเปรียบเปรยให้เป็น Tunisian Saint Tropez เลยทีเดียว เวิ้งอ่าวฮัมมาเมต มีหาดทรายที่เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ ชายหาดที่มีทรายเม็ดละเอียด น้ำทะเลเป็นประกาย เรือประมงสีสด ช่างเป็นภาพที่ชวนมองยิ่งนัก ฮัมมาเมตมีต้นแจสมิน (Jasmine) มีลักษณะคล้ายพุทธชาดและมะลิอยู่ทั่วไป ดังนั้นชื่อนี้จึงถูกนำมาใช้เรียกเขตที่ตั้งของรีสอร์ท และโรงแรมหรูหราสำหรับนักท่องเที่ยวว่า แยสมิน ฮัมมาเมต (Yasmine Hammamet) อีกทั้งของที่ระลึกทำจากแจสมินสามารถพบเห็นได้ และฮัมมาเม็ตยังได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมลูกเสือโลกในปี ค.ศ. 2005 อีกด้วย ที่บริเวณรอบกาย
ค่ำ
 
รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
พักที่
 
จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL LE ROYAL HAMMAMET หรือเทียบเท่า

วันที่แปด

เช้า
 
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้น
 
นำท่านสู่บริเวณที่ตั้งของป้อมปราการเก่าแก่ของเมืองที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งด้านตะวันตก เป็นสิ่งก่อสร้างโบราณสถานคู่บ้านคู่เมืองฮัมมาเมต ซึ่งในอดีตใช้เป็นปราการป้องกันการรุกรานของศัตรู เดินเท้าผ่านเส้นทางแคบๆ สู่จัตุรัสเมดิน่า ให้ท่านได้เก็บบันทึกภาพนางเงือกรูปหล่อสัมฤทธิ์ในสไตล์ของตูนิเซีย โดยมีกำแพงและป้อมปราการเป็นฉากหลังและเมื่อท่านมองไป ท่านจะรู้สึกตัวว่าได้อยู่ท่ามกลางแหล่งช้อปปิ้งรายล้อมไปด้วย ร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านอาหาร แผง เพิงขายของพื้นเมือง งานหัตถกรรม ของฝาก ของที่ระลึก ซึ่งจะฉุดรั้งความสนใจให้ท่านต้องแวะชม อิสระให้ท่านได้เดินเล่นใจกลางเมือง จากนั้นเดินทางไปเยือนเมืองนาเบิล (Nabeul) ให้ท่านได้สัมผัสกับบรรยากาศของเมืองเล็ก ๆ แต่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญในแถบอ่าวฮัมมาเมต ซึ่งสามารถสังเกตุได้จากตัวแทนการท่องเที่ยวและโรงแรมที่พักที่มีมากมายสองฟากถนนในนาเบิล ชายหาดของนาเบิลก็มีความสวยงามยิ่ง ภายในตัวเมืองเต็มไปด้วยชีวิตชีวา จัตุรัสกลางเมือง หรือเมดิน่าเต็มไปด้วยร้านค้าเครื่องปั้นดินเผาสไตล์เฉพาะของชาวตูนิเซีย ซึ่งท่านจะสังเกตุเห็นอนุสาวรีย์เครื่องปั้นดินเผากลางถนนขณะที่จะผ่านเข้าสู่ตัวเมือง ที่ร้านค้าพืชพันธุ์ทางการเกษตรในนาเบิลนี้ ท่านสามารถเลือกซื้ออินทผาลัมของตูนีเซียที่มีอยู่นับร้อยสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่ถือได้ว่าดีที่สุดในโลกได้แก่ Deglet Noor หรือ Finger of Light เป็นสายพันธุ์ที่มีมากในอัลจีเรีย และตูนิเซีย
เที่ยง
 
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
่บ่าย
 
นำท่านเยือน เมืองคาร์เธจ (Carthage) โบราณสถานในยุคกรีกโบราณ นครคาร์เธจที่ถูกสร้างขึ้น โดยชาวฟินิเซีย ตั้งอยู่บนแหลมบริเวณเวิ้งอ่าวตูนิส ทำให้ได้เปรียบในด้านการเดินเรือ และเป็น ยุทธศาสตร์การค้าทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สำคัญ เป็นจุดการส่งผ่านขึ้นเรือทุกลำที่จะข้ามทะเลสู่ เกาะซิซีลี แต่ประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องแท้จริงของนครคาร์เธจนั้นสูญหายไปพร้อมๆ กับการสูญสลาย จากการพ่ายแพ้ต่อกองทัพโรมันในสงครามพิวนิก ครั้งที่ 3 ที่โรมันได้เผาทำลายนครคาร์เธจจนสิ้น ซาก ดังนั้นตำนานคำบอกเล่าต่างๆ ที่เกี่ยวกับนครคาร์เธจจึงเป็นเพียงจดหมายเหตุและตำนานจาก การบอกเล่าของโรมัน อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาโรมันได้กลับมาสร้างเมืองคาร์เธจให้โชติช่วงขึ้น ใหม่บนซากปรักหักพัง พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโรงละคร วิลล่า และห้องอาบน้ำ นครคาร์เธจกลายเป็นเมืองหลวงของการบริหารในอัฟริกา นำท่านชมซากปรักหักพังแต่ทรงคุณค่า ทางโบราณคดี ซึ่งได้มีการระดมนักโบราณคดีจากหลายชาติมาช่วยบูรณะพื้นที่ที่ครอบคลุม เมืองพิวนิกและโรมันโบราณ จึงได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ. 1979 ผ่านชมโรงละครโรมันโบราณซึ่งยังคงถูกใช้สำหรับงานเทศกาลฤดูรอนของคาร์เธจในทุกวันนี้ นำท่านชมห้องอาบน้ำร้อนแอนโตนิน (The Baths of Antonin) หนึ่งในห้องอาบน้ำที่ใหญ่ที่สุดที่ สร้างขึ้นภายใต้อาณาจักรโรมัน กับห้องเย็นที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ด้วยความยาวงถึง 47 เมตรและสูง 15 เมตร จากนั้น นำท่านชม ซิดิ บู ซาอิด (Sidi Bou Said) หมู่บ้านชาวมัวร์ หมู่บ้านสีฟ้าและสีขาว น่ารัก จากหน้าผาท่านสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์แสนงดงามของอ่าวตูนิส ที่มีตำนานเล่าขานไว้ว่า นักบุญหลุยส์ผู้ซึ่งเสร็จจากศึกสงครามได้มาถึงที่แห่งนี้ ได้ตกหลุมรักกับเจ้าหญิงเบอร์เบอร์ จึงตกลง ใจอาศัยอยู่ ณ หมู่บ้านแห่งนี้อย่างสงบสุข จึงได้เปลี่ยนชื่อและกลายเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของหมู่บ้านนี้ นำท่านเยี่ยมชมหมู่บ้านที่มีมนต์เสน่ห์และเรื่องราวที่แสนสุขสันต์ ท่านจะชื่นชมในความงามของ แหล่งท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางทางศิลปะการใช้สีฟ้า และสีขาวไปทั่วเมืองซึ่งจะสร้าง ความประทับใจ ให้แก่ท่านสุดล้นพ้น ท่านสามารถเดินสำรวจหมู่บ้านผ่านไปตามถนนที่ปูลาดด้วย หินก้อนโตพาลัดเลาะ คดเคี้ยว ขึ้นสู่จุดชมวิว ที่ซึ่งท่านจะได้ชมทิวทัศน์ที่งดงามของทะเลสีมรกตและ ชายหาดทางตอนใต้ของอ่าวตูนิส ท่านอาจแวะนั่งจิบชามิ้นต์ผ่อนกระหาย ก่อนที่จะสาวเท้าก้าวต่อไป ยังประภาคารวัง เดิมของ Baron d’ Erlanger ที่ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านค้าสองข้างทางมีสินค้างาน ฝีมือของชาวตูนิส สินค้าของเก่าแก่โบราณ เครื่องประดับเงิน งานศิลปะ ส่วนด้านบริเวณตีนเขาสู่ หน้าผา จะเป็นที่ตั้งของท่าเรือของหมู่บ้านซิดิ บู ซาอิด มารีน่าทันสมัย
พักที่
 
จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL AFRICA TUNIS หรือเทียบเท่า
ค่ำ
 
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

วันที่เก้า

เช้า
 
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้น
 
จากนั้นนำท่านชมพิพิธภัณฑ์บาร์โด (Bardo Museum) ที่อดีตเป็นพระราชวังเก่าของบีย์ (Bey) ชื่อ ในตำแหน่งของผู้ครอบครองหรือประมุขของรัฐในอดีต อาคารพระราชวังมีความสำคัญทาง สถาปัตยกรรมในศตวรรษที่ 13 แบบดั้งเดิม และได้รับการบูรณะและขยับขยายมาโดยตลอด เป็น สถานที่ซึ่งได้รวบรวมสิ่งละอันพันละน้อย ร่องรอยในอดีตที่ดูน่าเลื่อมใส ทีถูกจัดแสดงเรียงตามวัน และสถานที่แหล่งกำเนิด สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชาวตูนิเซีย ตั้งแต่ สมัยยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงยุคของพิวนิก ชาวนครคาร์เธจ สู่ยุคโรมัน และจากยุคโรมัน สู่ยุค ของคริสเตียนไบเซนไทน์ จนถึงยุคอิสลาม เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สามารถบ่งสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะของ การใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ในยุคสมัยนั้น ๆ เป็นอย่างดี และเป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุ จากยุคก่อนประวัติศาสตร์เรื่อยมาจนถึงยุคร่วมสมัย อีกทั้งยังเป็นสถานที่เก็บสะสมชิ้นงานประดับ โมเสกที่ใหญ่ที่สุด สมบูรณ์ที่สุด และสวยงามที่สุดในโลก
เที่ยง
 
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร, อาหารท้องถิ่น
13.30 น.
 
นำท่านเดินทางสู่ สนามบินคาร์เธจ อินเตอร์เนชั่นแนล เมืองตูนิส
16.00 น.
 
ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา โดยสายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR1400
23.50 น.
 
เดินทางถึง กรุงโดฮา เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง

วันที่สิบ

01.55 น.
 
ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ “QR980
14.50 น.
 
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

เงือนไขการจอง

0
0
รวม
0

โทรจองทัวร์นี้ 02-011-9250
จองผ่าน LINE ID : phumthaitravel หรือ 0959194761
Copyright © 2018 phumthaitravel.com All Rights Reserved. Power BY applezeed.com
X