เผยเสน่ห์ 10 สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเลย ที่น่าสนใจ

1. ภูลมโล

ภาพจาก Ging o_o / shutterstock.com

    ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ไฮไลท์เด็ดของการมาเที่ยวที่นี่คือการชมความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่งในช่วงหน้าหนาว ซึ่งจะบานในทุกช่วงประมาณเดือนมกราคมของทุกปี (แต่ถ้าจะให้ชัวร์ ก่อนเดินทางคุณอาจต้องโทรศัพท์สอบถามรายละเอียดเสียก่อน) โดยต้นนางพญาเสือโคร่งจะกระจายตามจุดต่าง ๆ บนพื้นที่กว้างกว่า 1,000 ไร่ แทรกตัวอยู่ตามหุบเขา ป่าไม้ และต้นหญ้า ทำให้บรรยากาศช่วงหน้าหนาวที่ภูลมโล จัดได้ว่าโรแมนติกสุด ๆ ยิ่งช่วงกลางคืน คุณจะเห็นดวงดาวมากมายลอยเกลื่อนกลาดอยู่เต็มท้องฟ้า

    นอกจากนี้ที่ภูลมโลยังมีจุดกางเต็นท์ ที่จะทำให้คุณได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เพียงแค่รูดซิปออกมาก็จะเจอกับภาพบรรยากาศยามเช้า เฝ้าดูพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน เหล่านี้ล้วนเป็นความงามของธรรมชาติที่หาดูไม่ได้ง่าย ๆ ในเมืองหลวง 

2. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

    เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเรื่องความท้าทาย ผจญภัย เพราะทุกย่างก้าวของการเดินขึ้นภูกระดึงต้องอาศัยความมานะ ความอดทน และความพยายาม เพื่อนำตัวเองขึ้นไปพิชิตยอดภูกระดึงสักครั้งในชีวิต โดยภูกระดึงมักได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว ด้วยความสูง บรรยากาศ และสภาพอากาศที่เย็นสบาย ดูเหมือนจะเป็นแรงจูงใจสำคัญทำให้นักท่องเที่ยวอยากที่จะมาสัมผัสธรรมชาติที่ภูกระดึงมากยิ่งขึ้น

    นอกจากความหนาวเย็นสุดขั้วหัวใจ ที่ภูกระดึงยังมีสิ่งที่คุณไม่ควรพลาดอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้ารอชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน ชมสระอโนดาตตอนเย็น เที่ยวน้ำตกตามหาใบเมเปิล ที่สำคัญถ่ายรูปคู่กับป้าย “ครั้งหนึ่งในชีวิตเราคือผู้พิชิตภูกระดึง” เป็นอันครบสูตรการท่องเที่ยวที่ภูกระดึง 

3. อุทยานแห่งชาติภูเรือ

    อุทยานแห่งชาติภูเรือ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเรื่องความหนาวและมีธรรมชาติที่สวยงาม ในบางช่วงบางวันที่อากาศหนาวจัด จะเกิดปรากฏการณ์ “แม่คะนิ้ง” ซึ่งเกิดจากความหนาวเย็นของอากาศจนทำให้น้ำค้างที่อยู่ตามยอดหญ้าจับตัวเป็นหยดน้ำแข็ง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวอยู่ไม่น้อย

    รวมถึงการชื่นชมบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้น และชมทะเลหมอกสีขาวโพลน เมื่อหมอกจางสลายตัวก็จะเผยให้เห็นทัศนียภาพที่สวยงามรอบด้านของอุทยาน กระทั่งอาจเห็นแม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นเขตแดนทางธรรมชาติกั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาว ตลอดจนเส้นทางเดินป่า ที่ระหว่างทางคุณสามารถพบเห็นดอกไม้สวย ๆ ที่หาดูได้ยาก เช่น กระดุมเงิน ดาวเรืองภู เปราะภู ซึ่งออกดอกสวยงามในช่วงหน้าหนาวเท่านั้น 

4. อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย       

         

    เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย ภายในอุทยานมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ซึ่งเป็นพรมแดนทางธรรมชาติกั้นระหว่างไทย-ลาว ทั้งนี้ยังสามารถมองเห็นบ้านห้วยน้ำผักอยู่ด้านล่าง และเห็นวิวของภูสอยดาว ภูเวียง ประเทศลาว ได้อีกด้วย

    นอกจากนี้ที่นี่ยังมีธรรมชาติอันงดงามทั้งจุดชมวิว ดอกไม้ป่า และน้ำตกให้เที่ยวชมกันหลายแห่ง และเพราะความ สมบูรณ์ของป่าธรรมชาติ ซึ่งมีพรรณไม้อยู่หนาแน่น ในช่วงฤดูหนาวอากาศค่อนข้างจะหนาวเย็น สิ่งที่น่าสนใจของที่นี่คือการได้มาชมทะเลหมอกที่งดงามในยามเช้ารวมถึง บรรยากาศของพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวภูหัวฮ่อม ซึ่งทะเลหมอกจะพบเห็นได้ง่ายในช่วงปลายฝนประมาณเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม 

5. สวนหินผางาม คุนหมิง (หนองหิน)

    สวนหินที่ได้รับสมญานามให้ชื่อว่า “คุนหมิงเมืองเลย” เพราะด้วยความโดดเด่นของแนวผาหินปูนสูงใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ทอดตัวเป็นแนวยาว ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่ภายในมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับ น่าตื่นเต้น บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดเข้าไป สร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัยอยู่ไม่น้อย

    โดยแนวหินที่ปรากฏตามจุดต่าง ๆ จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น หินไดโนเสาร์ หน้าผาท้อแท้ ซุ้มคารวะ ถ้ำอรทัย เขาวงกต เจดีย์หิน กรอบรูปธรรมชาติ กำแพงเมืองจีน ประตูโขง หินมงกุฎ สวนหิน เป็นต้น นอกจากนี้คุณยังสามารถพบต้นไม้หายากที่มีอายุหลายร้อยปี ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่คุณจะได้พบที่สวนหินแห่งนี้ 

6. แก่งคุดคู้

ภาพจาก Blanscape / shutterstock.com

    สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่แค่ฟังชื่อก็สะดุดหูอยู่ไม่น้อย “แก่งคุดคู้” แก่งหินขนาดใหญ่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง ถ้าจะให้ดี เราขอแนะนำให้คุณไปช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม เพราะเป็นช่วงที่ระดับน้ำของแม่น้ำโขงลดระดับ จนเห็นเกาะแก่งและหาดทรายสีขาวขนาดใหญ่ แซมด้วยหินนอนเรียงอยู่เต็มชายหาด ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินลงบันไดจากจุดชมวิวเพื่อถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก

    นอกจากนี้บริเวณรอบ ๆ จุดชมวิว ยังเป็นพื้นที่ไว้สำหรับให้คุณได้นั่งพักผ่อนหรือนั่งทานอาหาร ท่ามกลางบรรยากาศความสวยงามของแม่น้ำโขงแบบใกล้ชิด ชนิดที่เรียกว่าไม่มีที่ไหนใกล้ได้เท่านี้อีกแล้ว “แก่งคุดคู้” จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเหมาะสำหรับการพาครอบครัวมาพักผ่อน รับลมเย็น ๆ ริมแม่น้ำโขง 

7. สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ

    สถานีทดลองเกษตรที่สูงเพียงแห่งเดียวในภาคอีสาน มีเนื้อที่กว้างถึง 5,000 ไร่ ภายในมีโรงเรือนและแปลงทดลองปลูกผลไม้เมืองหนาวหลายชนิด เช่น แมคคาเดเมีย อะโวคาโด ลิ้นจี่ และไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด ทั้งทิวลิป กุหลาบ หงอนไก่ ดาวเรือง ภายในพื้นที่สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรืองดงามไปด้วยแปลงไม้ดอกและไม้ผล เมืองหนาวที่ออกดอกบานสะพรั่งรับลมหนาว โดยเฉพาะต้นคริสต์มาสสีแดงสดที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเส้นทางสายนี้

    นักท่องเที่ยวสามารถชมแปลงไม้ดอกและไม้ผลเมืองหนาวนานาชนิด และสูดอากาศบริสุทธิ์ และถ่ายรูปสวย ๆ ไปอวดเพื่อน ๆ ได้ตามสบาย ทั้งนี้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 042 891 199, 042 891 398

8. ถนนคนเดินเชียงคาน

ภาพจาก Kornfoto.com / shutterstock.com

    ถนนช้อปปิ้งสุดคลาสสิกริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่ห้อมล้อมทั้งสองฟากฝั่งด้วยบ้านไม้เก่า อันเป็นเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้จากถนนคนเดินที่อื่น ในวันปกติธรรมดาบรรยากาศของถนนคนเดินสายนี้จะเงียบสงบ เรียบง่ายไม่ต่างจากวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ แต่เมื่อถึงช่วงบ่ายของช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ถนนสายนี้จะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่บ้างออกมาเดินซื้อของ บ้างออกมาเดินเล่น ทำให้ถนนสายนี้คึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตา

    ซึ่งถนนคนเดินเชียงคานแห่งนี้มีสินค้าจำหน่ายมากมาย ทั้งงานศิลปะพื้นเมือง ศิลปะร่วมสมัย เสื้อผ้าที่ระลึก และร้านอาหารที่มีของกินให้เลือกหลากหลาย เช่น ข้าวจี่ทอด ข้าวจี่ย่าง กุ้งทอด ไอศกรีมโบราณ ซาลาเปาปุยฝ้าย ข้าวเกรียบว่าว ขนมปังสังขยา ชา กาแฟ และอื่น ๆ อีกมากมายเกินกว่าจะบรรยายได้หมด เรียกว่าถ้าหิว ๆ แล้วเดินเข้าไปที่นี่คงได้อิ่มพุงกางพอดี

9. วัดเนรมิตวิปัสสนา

ภาพจาก Nagritsamon Ruksujjar / shutterstock.com

    โดดเด่นเป็นสง่าด้วยตำแหน่งของวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขา พระอุโบสถและเจดีย์ภายในวัดก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง ตระการตาด้วยพระอุโบสถที่ได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยซึ่งมีพุทธลักษณะคล้ายกับพระพุทธชินราช ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังลวดลายอ่อนช้อยเกี่ยวกับพุทธประวัติ ภาพพระเวสสันดรชาดกและภาพทศชาติ

    นอกจากนี้บริเวณพื้นที่โดยรอบยังมีการจัดแต่งสวนและต้นไม้ร่มรื่นสวยงาม และมีต้นไม้ที่สำคัญทางพุทธศาสนา คือ “ต้นสาละ” ซึ่งเป็นต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าทรงประสูติ และเป็นสถานที่ที่ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้มาวัดนี้จะต้องไม่ลืมมานมัสการและเที่ยวชม 

10. พระธาตุศรีสองรัก

    ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหมัน มีรูปทรงลักษณะศิลปกรรมแบบล้านช้าง โดยพระธาตุศรีสองรักสร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างกรุงศรีอยุธยา (สมัยพระมหาจักรพรรดิ) และกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) สมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช

    ซึ่งการเข้านมัสการพระธาตุศรีสองรักมีข้อควรปฏิบัติที่นักท่องเที่ยวต้องพึงระวัง นั่นคือไม่ควรนำสิ่งของหรือดอกไม้สีแดงขึ้นบูชา ไม่ควรแต่งกายด้วยชุดสีแดงขึ้นไปนมัสการ เพราะองค์พระธาตุสร้างขึ้นเพื่อสัจจะและไมตรี สีแดงจึงเป็นสัญลักษณ์ของเลือดและความรุนแรง ไม่ควรกางร่ม สวมหมวกและสวมรองเท้าขึ้นไปบนพระธาตุ

    เรียกได้ว่าพระธาตุศรีสองรักถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พี่น้องชาวจังหวัดเลยให้ความเคารพนับถือมาตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน

    เอาเข้าจริง ๆ นอกจาก 10 สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเลย ที่เราเอามาบอกกันนั้น จังหวัดเลยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกเพียบ ที่รอให้เพื่อน ๆ ไปพิสูจน์ด้วยสายตาตัวเอง และเมื่อไปแล้วคุณจะรู้เลยว่าเมืองเลยสวยแจ่มไปหมดทุกที่จริง ๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://park.dnp.go.th, เฟซบุ๊ก ภูลมโล-ซากุระเมืองไทย, เฟซบุ๊ก TAT-Loei-Office, เฟซบุ๊ก TAT-Loei, เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย-จังหวัดเลย

Copyright © 2018 phumthaitravel.com All Rights Reserved. Power BY applezeed.com
X