10 ที่เที่ยวทั่วโลก ต้องไปก่อนที่จะหายไปจากแผนที่


10 ที่เที่ยวทั่วโลก ต้องไปก่อนที่จะหายไปจากแผนที่


ในโลกนี้มีที่เที่ยวใหม่ๆ ให้มากมาย หลายที่ยังไม่ทันได้เที่ยวเลย แต่อาจจะหายไปจากแผนที่ในเร็วๆ นี้ก็ได้ ใครอยากไปเที่ยวทั่วโลกต้องรีบแล้วแหละ โดยเฉพาะ 10 ที่ต่อไปนี้ มีแนวโน้มว่าจะหายไปก่อนเลย
 


1. หมู่เกาะกาลาปากอส (Galapagos Islands) ประเทศเอกวาดอร์


หมู่เกาะที่ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก มีความอุดมสมบูรณ์มาก และยังมีสัตว์ท้องถิ่นแปลกๆ ที่หาเจอไม่ได้ง่ายๆ ในบ้านเรา สัตว์หลายๆ ชนิดมีเฉพาะที่เกาะนี้เท่านั้น ซึ่งดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างพากันมาเยี่ยมเยียนกาลาปากอสกันอย่างไม่ขาดสาย และยิ่งนักท่องเที่ยวมากขึ้น ทำให้ระบบนิเวศของที่นี่เปลี่ยนไป และถูกทำลายลงเรื่อยๆ ซึ่งเกาะนี้ก็ยังอยู่ในสถานการณ์เฝ้าระวังอย่างเข้มงวด







2. หมู่เกาะมัลดีฟส์ (Maldives) ประเทศมัลดีฟส์


มัลดีฟส์ เกาะสวรรค์ที่ใครๆ ต่างฝันถึง ใครเคยไปเที่ยวทั่วโลกก็จะรู้ว่ามัลดีฟส์เป็นเกาะเล็กๆ หลายๆ เกาะที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่ถึง 1 เมตร ทำให้เสี่ยงต่อการจมหายไปในทะเล ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอาจจะจมหายไปในเวลาไม่ถึง 100 ปี โดยทางรัฐบาลก็ได้เตรียมตัวรับมือโดยซื้อที่ดินไว้รองรับประชาชนเอาไว้แล้ว ใครที่ยังไม่เคยไปมัลดีฟส์ต้องรีบไปแล้วแหละ ไม่อย่างนั้นอาจจะหายไปจากแผนที่โลกซะก่อน




3. แนวปะการังเกรท แบริเออร์ รีฟ (Great Barrier Reef) ประเทศออสเตรเลีย


แนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นักดำน้ำทั่วโลกใฝ่ฝันถึง ประกอบด้วยปะการังกว่า 400 ชนิด เป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำนานาชนิด ทั้งโขดหิน และหาดทรายขาว เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักประดาน้ำเลยทีเดียว  แต่ด้วยภาวะโลกร้อน จึงมีการคาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นอีก 6 องศา ในปี 2070 จะส่งผลโดยตรงต่อแนวปะการังซึ่งอาจจะเกิดความเสียหาย และไม่งดงามเหมือนเดิม ใครชอบเที่ยวทั่วโลกไปดำน้ำดูปะการัง ต้องไปที่นี่ให้ได้ และอย่าลืมรักษาธรรมชาติด้วยนะ






4. เมืองเวนิส (Venice) ประเทศอิตาลี


เวนิสเมืองแห่งคลอง หลายคนคงจะนึกภาพออกกับการนั่งเรือกอนโดลา ลัดเลาะไปตามคลองต่างๆ ทั่วเมืองเวนิส เพื่อชื่นชมกับสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และสวยงาม แต่หลังๆ มานี้ เมืองเวนิสเกิดน้ำท่วมบ่อยมาก โดยตั้งแต่ปี 2000 มานี้ มีน้ำท่วมมาแล้วหว่า 60 ครั้ง ใครที่ชื่นชอบมนต์เสน่ห์แห่งเวนิส แล้วยังไม่ได้ไปชมด้วยตาตนเอง ต้องรีบไปก่อนจะกลายเป็นเมืองบาดาลแล้วล่ะ







5. ทะเลเดดซี (Dead Sea) ประเทศจอร์แดนและอิสราเอล


เดดซี ทะเลสาบที่ไม่มีวันจม ใครไปเล่นน้ำที่ทะเลสาบเดดซี ถึงจะว่ายน้ำไม่เป็น ยังไงก็ไม่จมน้ำ เพราะว่ามีความเค็มมากกว่าน้ำทะเลโดยทั่วไปถึง 10 เท่า ใครๆ ก็สามารถลอยบนผิวน้ำได้ แต่ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป จำนวนน้ำฝนลดปริมาณลงไปมาก ทำให้น้ำในทะเลสาบลดลงไป จนในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ทะเลสาบแห่งนี้มีความกว้างลดลงไปจากเดิมถึง 1 ใน 3 และระดับน้ำลดจากเดิม 2.40 เมตร อีกไม่นานอาจจะเหลือแค่พื้นที่โล่งกว้างก็เป็นได้






6. กำแพงเมืองจีน (Great Wall of China) ประเทศจีน


ใครๆ ก็รู้ว่ากำแพงเมืองจีน เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างพากันแห่ไปเยี่ยมชมกันนับไม่ถ้วน กำแพงที่ยาวที่สุดในโลกแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ถึง 15 มณฑลของจีน แต่ด้วยความเก่าแก่กว่า 2,500 ปี ทำให้อิฐของกำแพงเริ่มสูญสลายหายไปตามกาลเวลา และหลายพื้นที่ถูกผู้คนทุบกำแพงออกไปเพื่อทำพื้นที่เกษตรกรรม บ้างก็เอาหินไปซ่อมแซมอาคารบ้านเรือน จึงทำให้กำแพงเมืองจีนถูกทำลายไปกว่า 2 ใน 3 ของทั้งหมด เนื่องจากเป็นกำแพงที่ยาวมากทำให้ดูแลไม่ทั่วถึง แบบนี้ต้องช่วยกันสอดส่องแล้วแหละ ก่อนจะไม่มีให้ลูกหลานชื่นชม






7. มาดากัสการ์ (Madagascar) มหาสมุทรอินเดีย


มาดากัสการ์ เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก เป็นแหล่งของพืชพันธุ์นานาชนิด หลายชนิดหาชมไม่ได้ที่อื่น เพราะมีเพียงที่นี่เท่านั้น แต่พอประชากรเพิ่มขึ้น ป่าไม้ที่นี่จึงถูกบุกรุกไปมาก จากที่เคยมีป่า 120,000 ตารางไมล์ ตอนนี้เหลือเพียง 20,000 ตารางไมล์เท่านั้น นับว่าเป็นตัวเลขที่น่าตกใจมากทีเดียว แถมตัวลีเมอร์ที่เป็นสัตว์ประจำถิ่นของที่นี่ สูญพันธุ์ไปถึง 15 สายพันธุ์แล้ว คาดว่าไม่เกิน 35 ปี อาจจะเหลือให้เห็นแค่ในการ์ตูนก็เป็นได้






8. ทิมบักตู (Timbuktu) ประเทศมาลี


ไปฝั่งอาหรับกันบ้าง ทิมบักตู เป็นเมืองจุดศูนย์กลางของกองคาราวานสินค้า 4 สายในโลกอาหรับ ซึ่งกินพื้นที่ตั้งแต่สเปนไปจนถึงตะวันออกกลาง ทำให้เป็นสถานที่ที่มีความมั่งคั่งมากที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง ที่มีศิลปะแบบอาหรับ-มุสลิมที่สวยงาม แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันนี้มีมุสลิมหัวรุนแรงเข้ามาทำลายโบราณสถานแห่งนี้เสียหายเป็นจำนวนมาก และคาดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกไม่นานเมืองเก่าแก่แห่งนี้คงไม่เหลือซาก






9. ยอดเขาคิลิมันจาโร (Mt. Kilimanjaro) ประเทศแทนซาเนีย และเคนยา


ยอดเขาคิลิมันจาโร หลังคาของแอฟริกา เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปแอฟริกา และเป็นภูเขาไฟยอดเดี่ยวที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว และกายเป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่อยู่บนยอด  ซึ่งแตกต่างจากบริเวณด้านล่างที่เป็นบรรยากาศแบบเขตร้อน และจากภาวะโลกร้อนทำให้ตอนนี้เหลือหิมะบนยอดเขาเพียง 20% และอาจละลายหมดไปในไม่ช้า






10. ทัชมาฮาล (Taj Mahal) ประเทศอินเดีย


ที่ตรงนี้ไม่ได้จะสูญหายไปไหนหรอก แต่เค้าจะปิดไม่ให้เข้าไปแล้วนะ ทัชมาฮาล 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักอันเลื่องชื่อ จะเหลือเวลาให้เราเข้าชมได้อีก 5 ปีเท่านั้น แล้วจะถูกปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมอีกต่อไป เพราะว่านักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างพากันมาเยี่ยมชม จนทำให้พระราชวังหินอ่อนสีขาวนี้ได้รับผลกระทบ ต่อไปจะอนุญาตเพียงถ่ายรูปด้านนอกเท่านั้น ใครที่ยังไม่ได้ไปชมต้องรีบไปแล้วล่ะ จะได้สัมผัสถึงอนุสรณ์สถานแห่งความรักกันอย่างใกล้ชิด







ขอบคุณข้อมูลจาก  wonderfulpackage.com


Copyright © 2018 phumthaitravel.com All Rights Reserved. Power BY applezeed.com
X