4 เมืองแลนด์มาร์คสุดปัง ที่เวียดนาม
  ซินจ่าว หรือ สวัสดี ในภาษาเวียดนาม คือจุดหมายปลายทางที่จะไปเยือนกันวันนี้...เวียดนามได้รับฉายาว่าเป็นดินแดนแห่งตัว S ในภาษาอังกฤษ เพราะรูปร่างคล้ายตัว S ถึงแม้เวียดนามจะไม่ได้อยู่ติดกับประเทศไทย แต่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศนิยมเดินทางไปเที่ยวกันอยู่ไม่น้อย 
          แพลนครั้งนี้ไม่พลาดที่จะโฟกัสไปที่ 4 เมืองแลนด์มาร์ค โดยบินจากกรุงเทพฯ ขึ้นที่สุวรรณภูมิ ไปฮานอย แล้วต่อด้วยฮาลองเบย์ จากนั้นนั่งรถไปเมืองไฮฟอง ก่อนจะบินจากไฮฟองไปโฮจิมินห์ จะบอกว่าเปิดทริปมานี้ได้สัมผัสเบาะนุ่ม ๆ และห้องโดยสารที่กว้างของ Vietjet พร้อม enjoy eating ตลอดการเดินทาง ถ้าพร้อมแล้วไป enjoy flying กับ Vietjet และตามไปเก็บแลนด์มาร์คสุดแสนประทับใจกันเลย

ฮานอย นครพันปี

          1 ชั่วโมง 50 นาที ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงเมืองฮานอย เมืองหลวงเก่าแก่ที่รายล้อมไปด้วยความสวยงามของตึกและอาคารสไตล์โคโลเนียล สถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกที่สะท้อนศิลปวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมเอาไว้อย่างครบถ้วน มาฮานอยทั้งทีย่อมไม่พลาดแลนด์มาร์คยอดนิยมอย่าง สุสานลุงโฮ หรือสุสานโฮจิมินห์ เจดีย์เสาเดียว โรงละครหุ่นกระบอกน้ำที่ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิต ประเพณี ความเชื่อของชาวเวียดนามไว้อย่างครบถ้วน 

          แต่ถ้าอยากสัมผัสกลิ่นอายย่านเมืองเก่า ย่านโอลด์ควอเตอร์ คือคำตอบที่แท้จริง ถนนคนเดินที่สามารถเดินเล่นชิล ๆ ชมบรรยากาศความเก่าแก่ และช้อปปิ้งสินค้าราคาประหยัดสไตล์ถนนข้าวสารเมืองไทย เรียกได้ว่าขาช้อปต้องช้อปจนเมื่อยขาแน่ ๆ เพราะตามตรอกซอกซอยที่ทอดยาวทับซ้อนกันถึง 36 ซอย ยังมีทั้งร้านอาหารพื้นเมือง ร้านขายของเก่า ร้านค้าแผงลอยขายของที่ระลึก เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ งานฝีมือ ฯลฯ อีกเยอะแยะ ที่ไม่รู้ว่าวันเดียวจะช้อปปิ้งหมดหรือไม่ ที่สำคัญราคายังต่อรองกันได้ด้วยนะว่าแล้วขอตัวไปช้อปปิ้งก่อน


ฮาลองเบย์ สรวงสวรรค์แห่งธรรมชาติ

          ไฮไลท์การเดินทางวันนี้ จุดหมายปลายทางนั้นเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ตัดสินใจให้มาเวียดนาม จากที่เคยเห็นแต่ในภาพถ่าย…เช้านี้ไม่ลืมรองท้องเสาะหาอาหารประจำชาติ ที่คนเวียดนามเรียกว่า "บั๋นหมี่" แซนด์วิชเวียดนามที่ฮิตทั่วโลก หรือที่บ้านเรารู้จักกันในนามขนมปังบาแก็ต มีขายมากมายตั้งแต่เป็นร้านขายไปจนถึงหาบเร่ เรียกว่าเป็น Vietnamese Street Food ที่หาทานกันได้ง่าย ๆ คล้ายข้าวแกงบ้านเรา 

          การเดินทางไปฮาลองเบย์นั้น มีหลายเส้นทางที่เดินทางถึงจุดหมาย แต่ทริปนี้ตั้งใจดื่มด่ำธรรมชาติกันให้เต็มที่จึงขอนั่งรถกินลมชมวิวธรรมชาติ โดยนั่งรสบัสจากฮานอยไปเมืองฮาลอง ที่ห่างออกไป 160 กิโลเมตร ชมวิวไปเรื่อย ๆ ใช้เวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง และจากสถานีรถบัสไปท่าเรืออ่าวฮาลองอีก 15 นาที จากนั้นไปต่อเรือที่ท่าเรือเฟอร์รี่ ซึ่งจะมีเรือไปยังเกาะกั๊ตบา ด้วยความสวยงามและสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่ได้ยินได้ฟังมาเกี่ยวกับอ่าวฮาลองที่อยากไปให้เห็นสักครั้งในชีวิต 

          การเดินทางแสนทรหดนี้ถือเป็นสิ่งคุ้มค่าที่ควรค่าแก่การมาเยือน อ่าวฮาลองหรือฮาลองเบย์ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์กรยูเนสโกในปี 2537 เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย มีเกาะหินปูนจำนวน 1,969 เกาะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวทะเลหลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ภายใน กิจกรรมที่นี่หลัก ๆ คือล่องเรือ เข้าไปดูแสงสีในถ้ำที่ประดับด้วยไฟตกแต่งถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณอ่าวคือ "ถ้ำเสาไม้" หรือชื่อเดิมว่า Grotte des Merveilles เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบริเวณอ่าว 2 เกาะ คือ เกาะกั๊ตบา และเกาะ Tuan Chau ทั้งสองเกาะนี้มีคนตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างถาวร บนเกาะมีโรงแรมและชายหาดจำนวนมากคอยให้บริการ แบบนี้ติดเกาะก็ไม่อดตายแล้วสิ….


ไฮฟอง เมืองแห่งคนรักทะเล

          จากฮาลองเบย์ใช้เวลาชั่วโมงกว่า ๆ ก็เดินทางถึงเมืองไฮฟอง ซึ่งเดี๋ยวนี้การเดินทางจากฮาลองเบย์ถึงไฮฟองสะดวกสบายมากขึ้น โดยใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที ถ้าใครไม่บินไปฮานอยก่อน แต่จะตรงมาที่ฮาลองเบย์เลย แนะนำว่าให้บิน Vietjet เลือกเส้นทางกรุงเทพฯ-ไฮฟอง มาก็สะดวกมาก ๆ 
 
          ไฮฟองเป็นเมืองตากอากาศที่เที่ยวได้ตลอดทั้ง 4 ฤดู เมืองนี้ผสมเอาเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมทัศนียภาพธรรมชาติที่สวยงาม วัฒนธรรมการกินและอาชีพพื้นเมืองที่น่าสนใจต่าง ๆ รวมไว้ด้วยกัน และที่โดดเด่นดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวด้วยงานเทศกาลท้องถิ่น และการนมัสการวัดวาอารามต่าง ๆ ในหน้าร้อน 

          ไฮฟองคือเมืองตากอากาศ เพราะรวบรวมชายหาดที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น เกาะกั๊ตบา ชายหาดโด่เซิน อ่าวบ๊ายตื๋อลอง ในฤดูใบไม้ผลิสามารถมาร่วมทำกิจกรรมพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ เทศกาลชนกระบือ ส่วนหน้าหนาวสนุกกับการไต่เขา เที่ยวชมถ้ำหินปูนหินงอกหินย้อย ไฮไลท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องไปเมื่อเยือนถิ่นไฮฟอง คือเกาะกั๊ตบาที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีบรรยากาศที่เงียบสงบ มาไฮฟองทั้งทีถ้าไม่ปีนเขาไต่หน้าผา ดำน้ำ พายเรือชมธรรมชาติ คงมาไม่ถึงไฮฟองสินะ


โฮจิมินห์ซิตี้เมืองที่ไม่หลับใหล

          "โฮจิมินห์" หรือ "ไซง่อน" เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีกลิ่นอายวัฒนธรรมฝรั่งเศส พร้อมกับธรรมชาติที่สวยงาม ให้บรรยากาศเหมือนเที่ยวเมืองยุโรปแบบใกล้ ๆ ที่แทบไม่น่าเชื่อว่าจะได้เห็นกับตาในประเทศเวียดนาม ตึกเก่า ๆ ที่สะท้อนสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสอย่าง มหาวิหารนอร์เธอดาม (Notre Dame Cathedral) โบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ สร้างด้วยอิฐแดง อายุกว่า 140 ปี, อาคารไปรษณีย์กลาง (Saigon Post Office), โรงละครโอเปร่า (Saigon Opera House) ทำให้ความแตกต่างระหว่างเมืองเก่าท่ามกลางความเจริญในยุคปัจจุบันผสมผสานกันได้อย่างลงตัว 


          และแน่นอนไม่ลืมที่จะเอาใจขาช้อปทั้งหลายกับตลาดสุดฮิตที่มาโฮจิมินห์เมื่อใดต้องมาเยือน ตลาดบินถั่น (Ben Thanh Market) คล้ายตลาดนัดจตุจักรบ้านเราที่ขายสินค้าหลายอย่าง ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า นาฬิกา ของฝาก ของที่ระลึก อาหารสด อาหารแห้ง ขนม ดอกไม้ ฯลฯ เรียกได้ว่ามีทุกสิ่งให้เลือกสรรกันเลยทีเดียว ร้านเฝอ 2000 ข้าง ๆ ตลาดบินถั่น เฝอที่นี่น้ำซุปอาจไม่จัดจ้านนัก แต่รสชาติมีความนัว ๆ เครื่องจัดมาเต็ม โดยเฉพาะผักแทบบังเส้นมิดกันเลยทีเดียว ตบท้ายด้วยของหวานตามสูตรเดินลัดเลาะถนน Pasteur ร้านไอศกรีม Kem Bach Dang ซึ่งมีคนเวียดนามแนะนำว่างานดีงานอร่อย 

ขอขอบคณที่มา : travel.kapook
Copyright © 2018 phumthaitravel.com All Rights Reserved. Power BY applezeed.com